【ทริปเที่ยวเอง 15 วัน นอร์ดิก】วันที่ 11: ติดอยู่ที่ทรอมโซแล้วบินไปสตอกโฮล์มแบบไม่คาดคิด|เซอร์ไพรส์แสงเหนือเหนือน่านฟ้าสวีเดน

สารบัญ ภาพรวมการเดินทาง การเตรียมตัวก่อนเดินทาง แผนการเดินทางวันนี้: จุดพลิกผันจาก Tromsø สู่ Stockholm ท้าทายเส้นทาง Tromsø→Abisko อีกครั้ง เหตุการณ์ไม่คาดฝัน รถไฟถูกยกเลิกกะทันหัน เดินเท้าเที่ยวชมโบสถ์อาร์กติกและวิวเมือง ความชุลมุนที่สนามบินและการพบเจอแสงเหนือกลางอากาศอันน่าตื่นตา เช็คอินโฮสเทลเยาวชน & ราคาสินค้าที่น่าตกใจของ 7-Eleven สรุปการเดินทาง & บันทึกการเที่ยวนอร์ดิกอื่นๆ หนึ่ง บทสรุปการเดินทาง วันนี้เราลองอีกครั้งโดยออกเดินทางจากเมืองทรอมโซ ประเทศนอร์เวย์ นั่งรถบัสไปยังนาร์วิก แล้วต่อรถไฟไปยังอาบิสโก แหล่งชมแสงเหนือที่มีชื่อเสียงของสวีเดน แต่การเดินทางกลับมีจุดพลิกผันแบบดราม่า รถไฟถูกยกเลิกกะทันหัน เราจึงต้องรีบเปลี่ยนแผนการเดินทางอย่างเร่งด่วน โดยเลือกที่จะบินไปยังกรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดนแทน สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ บนเครื่องบินนั่นเองที่เรากลับสามารถเห็นแสงเหนือได้สำเร็จ แสงสีเขียวที่ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าสูง ได้ปิดท้ายการเดินทางที่วุ่นวายและรู้สึกทำอะไรไม่ได้นี้อย่างสมบูรณ์แบบ สอง การเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง 1. เส้นทางการเดินทางที่วางแผนไว้เดิม รถบัส: Tromsø → Narvik (รถบัสสาย 100 ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จองตั๋วได้ผ่าน Svipper) รถไฟ: Narvik → Abisko (รถไฟ SJ ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง จองตั๋วได้ผ่าน Omio) จุดเด่นของเส้นทาง: เส้นทางช่วงนี้เป็นเส้นทางขนส่งสาธารณะเพียงเส้นเดียวที่ข้ามเขตอาร์กติกเซอร์เคิลระหว่างนอร์เวย์และสวีเดน แต่ในฤดูหนาวมีความเสี่ยงสูงที่จะเจอพายุหิมะและถนนถูกปิด 2. แผนสำรองและการปรับตัวเฉพาะหน้า เนื่องจากการจราจรหยุดชะงักอีกครั้ง จึงเปลี่ยนเที่ยวบินไปสตอกโฮล์มแทน (สายการบิน SAS เป็นตัวเลือกเที่ยวบินหลัก) แนะนำให้ดาวน์โหลดแอป SAS เพื่อตรวจสอบสถานะเที่ยวบินแบบเรียลไทม์ 3. การเดินทางในสตอกโฮล์ม สนามบิน → ใจกลางเมือง: Arlanda Express ราคาประมาณ 580 ดอลลาร์ไต้หวันต่อคน เป็นวิธีที่เร็วและสะดวกที่สุด

4. ข้อมูลที่พัก ที่พัก: Generator Stockholm Hostel (ห้องพัก 4 คน) ราคาห้องพัก: 3,356 ดอลลาร์ไต้หวันต่อคืนต่อห้อง รีวิว: ราคาคุ้มค่า มีพื้นที่ส่วนตัว และทำเลก็ไม่แย่เลย


3. ทรอมโซ → สตอกโฮล์ม: ของขวัญที่ไม่คาดคิดจากแสงเหนือบนที่สูง ท้าทายเส้นทางทรอมโซ → อาบิสโกอีกครั้ง เราถูกปลุกให้ตื่นตอนเวลาประมาณตีห้ากว่าๆ ด้วยแสงแดดนอกหน้าต่างและเสียงนกนางนวล รู้สึกได้ว่าอากาศวันนี้มั่นคงกว่าเมื่อวานมาก วันนี้เป็นวันที่เราจะลองมุ่งหน้าไปอาบิสโกอีกครั้ง ทุกคนจึงรีบเตรียมตัวแต่เช้าแล้วออกเดินทาง ระหว่างทางยังแวะเข้าไปเดินดูร้านขายของที่ระลึกด้วย


9:40 น. มาถึงสถานีรถบัส และ 10:10 น. ขึ้นรถบัสสาย 100 ที่คุ้นเคยอีกครั้ง พร้อมอธิบายให้คนขับฟังถึงสถานการณ์เมื่อวานที่ต้องย้อนกลับเนื่องจากสภาพถนน เขาบอกว่าต้องซื้อตั๋วใหม่ พวกเราทำได้แค่ยิ้มขื่นๆ ยอมรับ เหตุการณ์ไม่คาดฝัน รถไฟถูกยกเลิก ขณะที่กำลังจะซื้อตั๋วรถไฟผ่านมือถือ กลับได้รับข้อความแจ้งเตือนหลายฉบับ — รถไฟของเราจาก Narvik ไป Abisko ถูกยกเลิกแล้ว!

เดิมทีคิดว่าช่วงรถไฟน่าจะเป็นช่วงที่มั่นคงที่สุดแล้ว ไม่คาดคิดว่าจะเกิดปัญหาขึ้นอีกจนได้ โชคดีที่ยังไม่ได้จ่ายเงิน เราจึงรีบบอกคนขับว่าจะลงรถ และตัดสินใจใช้แผนสำรองทันที คือยกเลิก Abisko แล้วเปลี่ยนไปบินไปสตอกโฮล์มแทน ที่สถานีนั่นเอง เราจองตั๋วเครื่องบิน หาที่พัก และยกเลิกแผนเดิมทันที วุ่นอยู่จนถึงเที่ยงจึงจัดการเสร็จทุกอย่าง เดินเที่ยวชม Arctic Cathedral และวิวเมือง ยังเหลือเวลาอีกกว่าสองชั่วโมงก่อนเครื่องบินออก เราจึงตัดสินใจสำรวจ Tromsø ใหม่ด้วยการเดินเท้า เริ่มจากสถานีรถบัส เลียบแนวชายฝั่งท่าเรือมุ่งหน้าไปยัง Arctic Cathedral เส้นทางนี้เดิมทีตั้งใจจะนั่งรถบัสไป แต่พอเดินไปกลับพบว่าวิวสวยกว่าที่คิดไว้มาก







แม้ว่าสภาพอากาศจะแปรปรวนคาดเดาไม่ได้ บางทีแดดออก บางทีหิมะตก แต่เราก็ยังคงหลงรักเมืองนี้อย่างลึกซึ้ง ระหว่างทางเรายังบังเอิญเจอเพื่อนร่วมทางชาวอังกฤษชื่อ Lumos ซึ่งเขาบังเอิญมานั่งทานอาหารที่ร้านอาหารทะเลเดียวกับที่เราไปทานเมื่อสองวันก่อน ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าโลกนี้ช่างแคบจริง ๆ!


ระหว่างทางกลับ ก็มีเรื่องพลิกผันเล็กๆ เกิดขึ้นอีกระลอก — ตู้ล็อกเกอร์ของฉันเปิดยังไงก็ไม่ยอมเปิด โชคดีที่อาเมี้ยว "ลองบิดมุมนิดหน่อย" ก็เปิดสำเร็จ ทุกคนถึงได้โล่งอกกันไปที ความหวาดเสียวที่สนามบิน และการพบเจอแสงเหนืออันน่าอัศจรรย์บนท้องฟ้า หลังจากมาถึงสนามบินทรอมโซ ครั้งนี้พวกเราขึ้นเครื่องบิน SAS ที่คุ้นเคยกันดี ขณะที่กำลังคิดว่าทุกอย่างราบรื่นดี อาเจี้ยนก็ส่งรูปภาพมา บนรูปนั้นดันเขียนคำว่า "ยกเลิก" ต่อท้ายหมายเลขเที่ยวบินของเรา! คราวนี้ทุกคนถึงกับตึงเครียดกันขึ้นมาอีกครั้ง

พอเดินไปถามถึงเพิ่งรู้ว่าเป็นความเข้าใจผิด—สิ่งที่อาเจวียนเห็นคือเที่ยวบินขาเข้า ไม่ใช่ขาออก พอใช้แอป SAS ยืนยันว่าเที่ยวบินกำลังมุ่งหน้าไปทรอมโซจริง ๆ พวกเราถึงค่อยโล่งใจ ก่อนเครื่องขึ้นยังเห็นเจ้าหน้าที่กำจัดหิมะและน้ำแข็งออกจากปีกเครื่องบิน รู้สึกว่าการบินสู่อาร์กติกช่างมีพิธีรีตองเป็นพิเศษ ป้าอ้วนพูดติดตลกว่า "จะได้เห็นแสงเหนือจากบนเครื่องบินไหมนะ?" ฉันตอบว่า "นี่แหละความฝันของฉันเลย!

ในที่สุดความฝันก็เป็นจริง — หลังจากเครื่องบินทะลุผ่านชั้นเมฆ ท้องฟ้าด้านบนก็แจ่มใสมาก ฉันตั้งใจย้ายไปนั่งอีกฝั่งหนึ่ง (ฝั่งที่นั่งเดิมของฉันมีพระอาทิตย์ตก) แล้วก็พบว่าแสงเหนือกำลังระยิบระยับอยู่นอกหน้าต่างพอดี! ฉันกับอาเหมียว (เพื่อนแมวของฉัน) ต่างก็ยุ่งอยู่กับการถ่ายรูปจากมุมต่างๆ ในใจทั้งตื่นเต้นทั้งซาบซึ้งใจ — แม้จะไม่มีโอกาสได้ไปถึง Abisko แต่ก็ได้เป็นสักขีพยานแสงเหนือของค่ำคืนที่หกในทริปนี้ ณ ท้องฟ้าเหนือประเทศสวีเดน!


เช็คอินยูธโฮสเทลกับราคาสุดช็อกที่ 7-Eleven หลังจากมาถึงสตอกโฮล์ม เราเช็คอินเข้าพักที่ยูธโฮสเทลที่จองแบบกะทันหัน ชื่อว่า Generator Stockholm แม้จะเป็นยูธโฮสเทล แต่ก็มีห้องพักแบบ 4 คน ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายอยู่ในระดับหนึ่ง ตอนเย็นเราแวะไปเดินเล่นที่ร้าน 7-Eleven ข้างๆ ดูเผินๆ ก็เหมือนร้านสะดวกซื้อที่คุ้นเคย แต่พอมองดูราคา——ถึงได้รู้ว่าราคาที่ติดไว้เป็นสกุลเงินโครนเดนมาร์ก (DKK) ซึ่งแพงกว่าราคาที่ไต้หวันกว่า 3 เท่า ทำเอาสติกลับมาทันที นี่ไม่ใช่ไต้หวันแน่ๆ 😂

สี่ สรุปทริป & บันทึกการเดินทางเที่ยวนอร์ดิกอื่นๆ แม้ว่าในวันนี้แผนการเดินทางจะแตกต่างไปจากที่วางไว้อย่างมาก แต่กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดของทริปนี้ เดิมทีไม่มีโอกาสได้ไปถึง Abisko แต่กลับได้เห็นแสงเหนือที่ใฝ่ฝันมานานอย่างไม่คาดฝัน ณ ท้องฟ้าเหนือประเทศสวีเดน การเที่ยวแบบแบกเป้ก็เป็นแบบนี้แหละ แผนการมักตามการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน มีเพียงการปรับตัวตามสถานการณ์และเปิดใจให้กว้างเท่านั้น ถึงจะได้พบกับความประหลาดใจที่ไม่คาดคิด อ่านบันทึกการเที่ยวแบบอิสระ 4 ประเทศนอร์ดิกเพิ่มเติม ยุโรปเหนือไม่ได้มีดีแค่แสงเหนือและหิมะเท่านั้น แต่ยังมีความสง่างามของเมือง ความลึกลับแห่งขั้วโลก และรากฐานทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง ทริปนี้จะพาคุณข้ามเดนมาร์ก ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของมุมที่บริสุทธิ์ที่สุดของยุโรป! 🇩🇰 เที่ยวเดนมาร์กแบบอิสระ 📍วันที่ 2: ทัวร์โคเปนเฮเกนหนึ่งวัน|📍วันที่ 3: สำรวจฟรีทาวน์ แล้วบินสู่ฟินแลนด์ 🇫🇮 ทริปขั้วโลกฟินแลนด์ 📍วันที่ 4: ทัวร์เมืองเฮลซิงกิ & นั่งรถไฟตู้นอนข้ามคืน|📍วันที่ 5: หมู่บ้านซานตาคลอสและประสบการณ์แสงเหนือครั้งแรก 📍วันที่ 6: กิจกรรมลากเลื่อนฮัสกี้ที่โรวาเนียมิ & เที่ยวชมเมือง | 📍วันที่ 7: ริมทะเลสาบอินารีและดินแดนลี้ลับแห่งแสงเหนือ 🇳🇴 ล่องเรือสำราญนอร์เวย์ & ผจญภัยตามหาแสงเหนือ 📍วันที่ 8: ข้ามพรมแดนจากอินารีเข้าสู่เมืองเชียร์เคเนสเพื่อขึ้นเรือสำราญ | 📍วันที่ 9: แวะพักที่ฮัมเมอร์เฟสต์และใช้ชีวิตบนเรือ 📍วันที่ 10: พิพิธภัณฑ์ทรอมโซและวิวหิมะจากกระเช้าลอยฟ้า | 📍วันที่ 11: การเดินทางหยุดชะงัก ติดค้างอยู่ที่ทรอมโซ 🇸🇪 เดินเที่ยวสัมผัสวัฒนธรรมสวีเดนและปิดท้ายทริปอย่างสมบูรณ์แบบ 📍วันที่ 12: บินสู่สตอกโฮล์ม พบกับแสงเหนืออันน่าทึ่งกลางท้องฟ้า|📍วันที่ 13: ศาลาว่าการเมือง & พิพิธภัณฑ์เรือวาซา 📍วันที่ 14: เดินเล่นเจาะลึกเมืองเก่าและวัฒนธรรมสวีเดน
ความคิดเห็น