Da Nang

สามจังหวัด สามสำเนียง และการแข่งขันแบบไม่ประกาศว่าใครพูดจาฟังยากที่สุด

แปลจาก เวียดนาม

ตลอดระยะทาง 100 กิโลเมตรจากเว้ผ่านดานังเข้าสู่ฮอยอัน สำเนียงภาษาเวียดนามเปลี่ยนไปถึงสามครั้ง แม้แต่คนเวียดนามจากภูมิภาคอื่นมาที่นี่ก็ยังต้องเงี่ยหูฟังกันเลย — ดังนั้นถ้าคุณเป็นชาวต่างชาติแล้วรู้สึกงุนงง นั่นก็ถือเป็นปฏิกิริยาที่ถูกต้องแล้วล่ะ

อันดับ (ตามความรู้สึกทั่วไปของคนเวียดนามส่วนที่เหลือ):

ระดับ 3 — สำเนียงเว้ พูดช้า เบา และกลมกล่อม จุดยากอยู่ที่คำศัพท์ ไม่ใช่ความเร็ว: mô, tê, răng, rứa, chi ถ้าฟังดีๆ ก็พอเดาความหมายได้

ระดับ 2 — สำเนียงดานัง เร็วกว่าเว้ ตรงกว่า มีการเอื้อนน้อยกว่า นี่คือสำเนียงที่ "ฟังง่ายที่สุด" ในสามสำเนียง และก็เป็นสำเนียงที่คุณจะได้ยินบ่อยที่สุดด้วย

อันดับ 1 — สำเนียงกวางนาม แชมป์ตัวจริงแบบไร้ข้อกังขา สระถูกลากเสียงเพี้ยนไปไกลจนแม้แต่คำว่า "ăn cơm" (กินข้าว) ก็ฟังดูเหมือนเสียงต่อเนื่องยาวๆ ที่คนเพิ่งเคยได้ยินไม่สามารถแยกออกเป็นคำๆ ได้เลย ชาวกวางนามเองก็รู้เรื่องนี้ดีและค่อนข้างภูมิใจกับมันด้วยซ้ำ

มีเรื่องตลกๆ ที่มักเกิดขึ้นเสมอ คือเวลาคนกว๋าง (Quảng) สองคนคุยกัน คนฮานอยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จะฟังเข้าใจแค่ประมาณ 40% เท่านั้น แต่พอพวกเขาหันมาคุยกับคนฮานอยเมื่อไหร่ ก็จะเปลี่ยนมาใช้สำเนียงกลางโดยอัตโนมัติทันที ฟังชัดเจนเป็นระเบียบ แล้วพอหันกลับไปคุยกันเองอีก ก็กลับไปใช้สำเนียงเดิมทันทีเช่นกัน

พูดอีกอย่างก็คือ พวกเขาสามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์ เพียงแต่พวกเขาชอบพูดคุยกันในแบบนั้นมากกว่าเท่านั้นเอง

ประโยคช่วยชีวิตเดียวที่คุณต้องมี: "ขอโทษค่ะ/ครับ หนู/ผมฟังไม่ค่อยชัดเลยค่ะ/ครับ" พูดประโยคนี้แล้วทุกคนจะพูดช้าลงทันที ไม่มีใครรู้สึกรำคาญหรอก — พวกเขาเจอเรื่องแบบนี้ทุกวัน

#สำเนียงภาคกลาง#ภาษาเวียดนาม#ตลกขบขัน#วัฒนธรรม

ความคิดเห็น