การเดินทางสู่ฮหว่างซูฟี (สู่นาขั้นบันไดของเวียดนาม) 9 เสน่ห์ของการเทรกกิ้ง
ปกติแล้วผมออกกำลังกายน้อยเลยรู้สึกกังวลอยู่นิดหน่อย แต่ก็ออกเดินป่ามุ่งหน้าสู่จุดชมวิวที่อยู่บนยอดเขา เราเดินตามคุณพ่อชาวท้องถิ่นที่คอยพาเราไป

ไม่ใช่เส้นทางบนภูเขาหรอกนะ แต่เป็นทางที่ควายเดินเล่น ผ่านกลางทุ่งนา แล้วต่อไปยังเส้นทางที่มุ่งสู่จุดชมวิว เป็นคอร์สสั้น ๆ ราว 4 ชั่วโมง แม้อากาศจะกำกวมชวนให้คิดว่าฝนน่าจะตกแต่ก็ไม่ตกสักที ทว่าก็เป็นเส้นทางที่มีทั้งขึ้นทั้งลงอันน่าสนุกครับ

นอกจากควายแล้ว ยังมีไก่เดินเล่นอย่างอิสระ พาลูกมาด้วย

บนเส้นทางที่มีความเขียวขจีและลำธาร บางครั้งพบน้ำตก ทิวทัศน์ที่เปิดออกทันทีก็น่าเพลิดเพลิน

เป้าหมายคือจุดชมวิวที่อยู่บนยอดเขาข้าง ๆ แต่ตรงกันข้ามกับที่ฉันคาดไว้ว่า "ไปถึงตรงโน้น~ ไม่ไหวหรอก~" มันกลับใกล้กว่าที่คิด และเราไปถึงได้แบบสบาย ๆ เลยล่ะ 5555 เอาจริง ๆ ก็เป็นเพราะเขาค่อย ๆ พาเราเดินไปตามเส้นทางที่สบาย ๆ นั่นแหละ แล้วพอเราเอาแต่แวะนู่นแวะนี่ระหว่างทาง คุณลุงที่คอยพาเราไปก็เลยคอยชี้ชวนให้ดูต้นไม้ ดอกไม้ และหญ้านานาชนิดที่ขึ้นอยู่ข้างทางให้เราฟังไปด้วย

นี่คือดอกกล้วยที่หาชมได้ยาก ตัวดอกกล้วยเองนั้นไม่ใช่ของแปลก แต่ปลีกล้วยที่วางเรียงกันอยู่ที่ร้านขายผักนั้นเป็นสีแดงเลือดหมูเข้ม ยังอยู่ในสภาพเป็นตูม ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นสีแดงสดใสฉูดฉาดได้ถึงเพียงนี้ การนำธรรมชาติมาใช้เป็นเครื่องมือก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน เพียงกรีดรอยบากลงบนไม้ไผ่ลำหนา ก็กลายเป็นบันไดได้

ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะล้มลงเลยล่ะ แต่คนแถวนี้คงเดินขึ้นไปได้อย่างคล่องแคล่วสินะ~ เป็นรูปทรงที่งดงามและไม่มีส่วนเกินเลย

ริมคลองมีใบเผือก? โตแล้วใช้เป็นร่มกันฝนได้

กระสอบอาหารสัตว์ที่ขาดไม่ได้ในการทำงานของคนท้องถิ่น พอใส่คู่กับหมวกนอนลา (หมวกทรงกรวย) แล้วดูเท่ดีนะคะ การเดินป่าอันแสนสนุกแบบนี้ยังมีอีกเยอะเลย~ อันดับชีวิตการย้ายถิ่นฐาน
ความคิดเห็น