อ่าวหญ่ายเว้เมื่อ 100 ปีก่อน กับคำถามคลาสสิกที่ไม่เคยเปลี่ยน: ใส่แบบนั้นไม่ร้อนเหรอ?
ภาพถ่ายทั้งสองภาพด้านล่างนี้ถ่ายที่เมืองเว้ในช่วงทศวรรษ 1920 คำถามแรกที่ผู้ชมยุคปัจจุบันเกือบทุกคนถามเหมือนกันก็คือ อากาศร้อนตั้ง 38 องศา แล้วแต่งตัวมิดชิดขนาดนั้น จะทนไหวได้อย่างไรกัน

คำตอบอาจฟังดูขัดกับสามัญสำนึกไปสักหน่อย นั่นคือผ้าที่บาง ทรงหลวม และปกปิดผิวมิดชิด กลับให้ความเย็นสบายมากกว่าการเปิดผิวรับแดดตรงๆ อ๊าวหญ่ายแบบดั้งเดิมตัดเย็บจากผ้าไหมหรือผ้าโปร่งบาง ไม่รัดรูป และมีชายเสื้อผ่าเปิดสองด้าน ทำให้ลมพัดเข้ามาจากด้านล่างได้ ซึ่งทำงานคล้ายกับหลักการของเสื้อคลุมในแถบทะเลทรายเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่ฮอตจริงๆ ก็คือทรงผมนี่แหละ

ทรงผมมวยแบบเว้ — การพันผมรอบศีรษะแล้วตรึงให้แน่น — ใช้เวลาค่อนข้างมากในทุกเช้าและกักเก็บความร้อนไว้ที่ท้ายทอย นี่อาจเป็นเหตุผลที่หมวกใบลานทรงกรวยถึงมีอยู่ ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม แต่เพื่อช่วยระบายความร้อนให้ท้ายทอย
เรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับชุดอ่าวหญ่ายในเมืองเว้วันนี้:
เว้เป็นหนึ่งในสถานที่หายากที่ยังคงสวมใส่อ๋าวหญ่ายไปทำงานและไปเรียนจริงๆ ไม่ใช่แค่ในโอกาสพิเศษเท่านั้น ภาพนักเรียนหญิงสวมอ๋าวหญ่ายสีขาวเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันที่นั่น • สีม่วงผูกพันกับเมืองเว้จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำเมืองไปแล้ว ทั้งที่ไม่มีใครชี้ได้ว่ามีข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรที่ไหนระบุไว้เช่นนั้น • มีบริการให้เช่าชุดอ่าวหญ่ายสำหรับถ่ายรูป ราคาประมาณ 100,000–200,000 ดองต่อรอบ การถ่ายรูปที่พระราชวังไดโนยหรือริมแม่น้ำหอมเป็นที่นิยมมากที่สุด ถ้าจะเช่าชุด ควรเลือกช่วงเช้าตรู่หรือบ่ายแก่ๆ — ไม่ใช่เพราะเรื่องแสง แต่เพราะคุณจะเข้าใจทันทีว่าตอนต้นของบทความนี้กำลังพูดถึงอะไร

ความคิดเห็น